แว่นตา นักบิน
เพราะแว่นตา จึงแตกต่าง: เคสนักบินพาณิชย์กับความไม่สมดุลของสายตาหลังผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม

เพราะแว่นตา จึงแตกต่าง: เคสนักบินพาณิชย์

เราทุกคนใช้งานสายตาแตกต่างกันไปตามชีวิตประจำวันและอาชีพของแต่ละคน บางอาชีพต้องการความคมชัดสูงเพื่อรายละเอียดของงาน บางอาชีพต้องการความคมชัดที่มาพร้อมความคล่องตัว บทความนี้พาไปดูเคสจริงของ “นักบินพาณิชย์” ที่ต้องเผชิญความไม่สมดุลของสายตาระยะใกล้หลังผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม และแนวทางแก้ไขที่ทางคลินิกออกแบบให้เฉพาะเคส

Explore the intricate aircraft cockpit, showcasing aviation controls and design.

มาตรฐานสายตาของนักบินพาณิชย์เป็นอย่างไร

หลายคนเข้าใจว่านักบินต้องไม่มีค่าสายตาเลย แต่ในความเป็นจริงนักบินสามารถมีค่าสายตาเล็กน้อยได้ ตราบใดที่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน คือมองระยะไกลได้ชัดเจนเทียบเท่าคนสายตาปกติ (VA 20/20) และมองระยะกลาง-ระยะใกล้ได้ไม่ต่ำกว่า 20/40 ด้วยเหตุนี้นักบินส่วนใหญ่จึงมีค่าสายตาระยะไกลที่น้อยมากหรือแทบไม่มีเลย และต้องเข้ารับการตรวจสายตาเป็นประจำทุกปีเพื่อคงมาตรฐานนี้ไว้

ปัญหาที่มักตามมาเมื่ออายุมากขึ้นคือ**ภาวะสายตายาวตามวัย (Presbyopia)** ซึ่งเริ่มส่งผลต่อการมองเห็นระยะใกล้ โฟกัสตัวอักษรเล็ก ๆ ได้ยากขึ้น แม้ในช่วงแรกอาจยังไม่ส่งผลต่อการทำงานโดยตรง

จุดเริ่มต้นของเคสนี้: ประวัติเลสิกและจอประสาทตาหลุดลอก

คนไข้รายนี้มีประวัติทำเลสิกมาก่อน และต่อมา
เกิดภาวะจอประสาทตาหลุดลอก
จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดจอประสาทตาและเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม
ผลลัพธ์ด้านการมองเห็นระยะไกลถือว่าดีเยี่ยม
เพราะสามารถคงความคมชัดไว้ได้ในระดับ 20/20 เช่นเดิม

ปัญหาที่ตามมาหลังเปลี่ยนเลนส์ตาเทียม

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนเลนส์ตาคือ ตาข้างที่ได้รับการผ่าตัด
จะไม่สามารถ “เพ่ง” ได้ตามธรรมชาติอีกต่อไป
เนื่องจากการเพ่งเป็นการทำงานร่วมกัน
ระหว่างเลนส์ตาตามธรรมชาติกับกล้ามเนื้อตา
ปัจจุบันยังไม่มีเลนส์ตาเทียมชนิดใดที่ช่วยให้
คนไข้กลับมาเพ่งได้แบบธรรมชาติ

ผลที่ตามมาคือความไม่สมดุลของภาพระยะใกล้ระหว่างตาสองข้าง
ตาข้างที่ไม่ได้ผ่าตัดยังพอเพ่งมองใกล้ได้ในระดับหนึ่ง
ขณะที่ตาข้างที่ผ่าตัดมองระยะใกล้ได้ลำบากกว่า
เมื่อต้องใช้สายตาทำงานจริง คนไข้จึงรู้สึกถึงความไม่คมชัดของตัวอักษร
แม้จะยังพออ่านได้ก็ตาม ความไม่สบายใจตรงจุดนี้เอง
ที่ทำให้คนไข้ตัดสินใจเข้ามาตรวจวัดสายตากับทางคลินิก

ผลการตรวจวัดสายตา

จากการตรวจพบว่าค่าสายตายาวตามวัยของคนไข้อยู่ที่ประมาณ
**+1.50 D** ในตาข้างที่ไม่ได้ผ่าตัด
แต่ตาข้างที่ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาเทียมต้องใช้กำลังเลนส์
สูงถึง **+2.50 D** เพื่อให้ได้ความคมชัดในระดับเดียวกับตาอีกข้าง

ก่อนหน้านี้คนไข้เคยลองหาแว่นมาใช้เองแล้วหลายครั้ง
แต่ก็ยังรู้สึกใช้งานไม่ถนัด บางอันมองไม่คมชัดพอ
บางอันสวมแล้วรู้สึกเวียนหัว เพราะค่าสายตาที่ต่างกันมาก
ระหว่างสองข้างทำให้สมองปรับภาพให้เข้ากันได้ยาก

glasses handover pilot working

แนวทางแก้ไข: สมดุลระหว่างความคมชัดกับความสบายตา

ทางคลินิกจึงคำนวณและลดทอนค่าสายตาบางส่วนลง แทนที่จะจ่ายค่าสายตาเต็มตามผลตรวจในแต่ละข้าง เพื่อให้ได้ความคมชัดที่ใกล้เคียงจุดที่ชัดที่สุดมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ยังอยู่ในระดับที่สมองและกล้ามเนื้อตาปรับตัวใช้งานได้จริงโดยไม่รู้สึกเวียนหัวหรือฝืนสายตาจนเกินไป

เคสนี้สะท้อนให้เห็นว่าการตัดแว่นที่ดีไม่ใช่แค่การจ่ายค่าสายตาให้ตรงตามตัวเลขที่วัดได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงการใช้งานจริงของคนไข้แต่ละคนประกอบด้วย โดยเฉพาะในเคสที่มีความไม่สมดุลระหว่างตาสองข้างจากการผ่าตัดหรือประวัติทางตาที่ซับซ้อน

ใครควรตรวจสายตาแบบละเอียดในลักษณะนี้

คนไข้ที่มีประวัติผ่าตัดตา เช่น เปลี่ยนเลนส์ตาเทียม ผ่าตัดจอประสาทตา หรือทำเลสิกมาก่อน โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มเข้าสู่วัยที่มีภาวะสายตายาวตามวัย ควรเข้ารับการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์หรือทัศนมาตร เพื่อประเมินความสมดุลของสายตาทั้งสองข้างและออกแบบเลนส์ที่เหมาะกับการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขค่าสายตาเพียงอย่างเดียว

แว่นตา นักบิน

คำถามที่พบบ่อย FAQ

**ทำไมตาข้างที่ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาเทียมถึงเพ่งมองใกล้ไม่ได้**


เพราะการเพ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเลนส์ตาตามธรรมชาติกับกล้ามเนื้อตา เมื่อเปลี่ยนเป็นเลนส์ตาเทียมซึ่งเป็นเลนส์แข็งที่ไม่สามารถปรับรูปร่างได้ ความสามารถในการเพ่งตามธรรมชาติจึงหายไป

**ทำไมค่าสายตาสองข้างต่างกันมากทำให้เวียนหัว**


เมื่อสมองได้รับภาพที่มีความคมชัดต่างกันมากจากตาสองข้าง จะต้องพยายามปรับภาพให้เข้ากัน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเวียนหัวหรือไม่สบายตาได้ โดยเฉพาะหากค่าสายตาที่จ่ายให้ไม่ได้คำนวณให้เหมาะกับการใช้งานจริง

**นักบินที่มีภาวะสายตายาวตามวัยยังบินได้ปกติไหม**


ได้ ตราบใดที่ยังผ่านมาตรฐานการมองเห็นตามที่กำหนด (VA 20/20 ระยะไกล และไม่ต่ำกว่า 20/40 ระยะกลาง-ใกล้) การตัดแว่นที่เหมาะสมช่วยให้นักบินยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นใจ

**เคสแบบนี้ต้องตัดแว่นกี่ตัวถึงจะแก้ปัญหาได้**


ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์/ผู้ตรวจวัดสายตาแต่ละเคส บางเคสอาจแก้ได้ด้วยแว่นตัวเดียวที่คำนวณค่าสายตาให้สมดุลทั้งสองข้าง แต่บางเคสอาจต้องมีแว่นสำหรับแต่ละลักษณะการใช้งานแยกกัน



*บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยและคำแนะนำจากจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตรโดยตรง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสายตาของท่าน ควรเข้ารับการตรวจกับผู้เชี่ยวชาญ*

บทความโดยทีม The Eye Bangkok Clinic คลินิกตาเฉพาะทาง ลาดพร้าว
ตรวจสอบทางการแพทย์โดย: ผศ.พญ.อิสรา โภคาวัฒนา (จักษุแพทย์เฉพาะทางจอประสาทตา)

Authors

  • นักทัศนมาตรวิชาชีพ สำเร็จการศึกษาจากคณะทัศนมาตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผ่านการฝึกงานที่สถาบันประสาทวิทยาแห่งชาติและโรงพยาบาลเลิดสิน เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคล
    Rangsit University: Faculty of Optometry (2017-2023)
    Externship At Neurological Institute of Thailand and Lerdsin Hospital Bankok.
    Visiting Scholar, Thai Optical Group Lens Manufacturing By Namsilp
    Thai Co., Ltd.
    Advanced Progressive Lens Training for prescription and Individual Design.
    Childhood Myopic control lens Prescription Methods and Management Session.
    พร้อมดูแลการออกแบบแว่นที่ The Eye Bangkok Clinic ลาดพร้าว ใกล้ MRT ภาวนา

  • จักษุแพทย์เฉพาะทางด้านจอประสาทตา (Retina Specialist)
    สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    จักษุแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี
    จักษุแพทย์ต่อยอดด้านจอประสาทตาโรงพยาบาลราชวิถี
    International Visiting Scholar of Pediatric Vitreoretinal Surgery : William Beaumont Hospital, Michigan, USA
    ปัจจุบันปฏิบัติงานเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลของรัฐ และให้คำปรึกษาในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร พร้อมดูแลผู้ป่วยที่ The Eye Bangkok Clinic

Similar Posts